Connect with us

บทความ

หลุยส์ เอ็นริเก้ เสียใจลูกสาวที่รัก ซาน่า วัย 8 ขวบ ที่ต้องเผชิญกับโรคมะเร็งและจากไป

ความสูญเสียของหลุยส์ เอ็นริเก้ ทำให้ผมรู้สึกสะท้านไปถึงหัวใจ ด้วยค ว า มที่ผมเองก็มีลูกสาว (ปัจจุบันอายุ 19 วัน) คือนึกไม่ออกจริงๆว่า ถ้าต้องสูญเสียเธอไป ชีวิตของเราจะเป็นอย่างไร มันคงเจ็บจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ สำหรับลูกสาวของผม ตั้งแต่เขาเกิดมา ผมเป็นคนแรกที่ได้กอดเขา ก่อนแม่เขาด้วยซ้ำ และทุกๆวัน ผมค่อยๆเห็นเด็กทารกคนนั้นเติบโตขึ้นทีละนิด ทั้งร่างกาย และนิสัย

ทุกส่วนในร่างกายของเขาไม่มีส่วนไหนที่ผมไม่เคยสัมผัส ผมมั่นใจเลยว่า หลับตาแล้วคลำหน้า ก็รู้ว่าคนไหนเป็นลูกของเรา วันก่อน แค่เขาร้องไห้หนักๆ แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เราก็ปวดร้าวแล้ว คือขอแค่ให้เขาแข็งแรง ความเจ็บใดๆทั้งหมดผมยินดีเจ็บแทน ผมลองคิดดูว่า นี่ขนาดแค่ 19 วัน เรายังผูกพันกับลูกของเราขนาดนี้ แล้วกับหลุยส์ เอ็นริเก้ล่ะ ที่มีเรื่องราวร่วมกับ ลูกสาว น้องซาน่า มานานถึง 9 ปี ได้เห็นพัฒนาการมาเรื่อยๆ ปีแล้วปีเล่า

เขาคงมีค ว า มหวังที่จะได้เห็นเธอเติบโต ผ่านชีวิตวัยรุ่น เริ่มทำงาน ประสบความสำเร็จในชีวิต และได้เจอคนรักดีๆ ที่ดูแลเธอได้ แต่สุดท้ายทั้งหมดนั้นก็ไม่เกิดขึ้น ความหวัง ความฝัน สุดท้ายมันจบลงแค่ตรงนั้น หลังจากทีมชาติสเปน ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลกที่รัสเซีย สหพันธ์ฟุตบอลสเปน จึงเดินหน้าเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเฮดโค้ชทันควัน เฟร์นันโด เอียร์โร่ โค้ชเฉพาะกิจไม่ได้ไปต่อ

สเปนนั้นล้มเหลวมาหลายทัวร์นาเมนต์ติดกันแล้ว ฟุตบอลโลก 2014 ตกรอบแรก ,ยูโร 2016 ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ,ฟุตบอลโลก 2018 ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ดังนั้นโค้ชคนใหม่ ต้องเป็นคนที่มีประสบการณ์พอสมควร มีผลงานจับต้องได้ ในขณะนั้นเป็นจังหวะที่หลุยส์ เอ็นริเก้ อดีตเฮดโค้ชของบาร์เซโลน่ากำลังว่างงานอยู่พอดีหลังจากที่เอ็นริเก้ แยกทางกับบาร์ซ่า ในเดือนพฤษภาคม 2017 เขาก็ได้รับข้อเสนอมากมาย แต่เจ้าตัวไม่ตอบรับที่ไหนเลย โดยให้เหตุผลว่าไม่มีสโมสรไหน ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นได้มากกว่าบาร์ซ่าอีกแล้ว

“มีข้อเสนอจากหลายสโมสร แต่คือผมเคยร่วมงานกับนักเตะของบาร์เซโลน่ามาแล้ว และก็ไม่รู้ว่าถ้าได้ทำงานกับที่อื่น จะรู้สึกตื่นเต้นแบบนี้อีกหรือไม่” หลุยส์ เอ็นริเก้เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ ในเดือนเมษายน 2018 “แต่ถ้าหากได้โอกาสคุมทีมชาติสเปนมันก็คงเยี่ยมไปเลย”

“เพียงแต่ตอนนี้เรามีโลเปเตกีคุมอยู่ และเขาก็ทำผลงานได้ดีด้วย จะเห็นได้ว่า หลุยส์ เอ็นริเก้ แอบเปิดทางให้สหพันธ์ฟุตบอลสเปน ว่าเขาพร้อมรับหน้าที่เฮดโค้ชทีมชาติ คือบอกถึงขนาดว่าสโมสรไหนๆเขาก็ไม่สน คืออยากเพียงแค่คุมทีมชาติเท่านั้น

นั่นทำให้พอสหพันธ์ ตามหาโค้ชคนใหม่ พวกเขาจึงมองตัวเลือกที่หลุยส์ เอ็นริเก้ เป็นคนแรก หลุยส์ เอ็นริเก้ มีความพร้อมทุกอย่าง ในฐานะโค้ชเขาพาบาร์ซ่าได้แชมป์ลีก 2 สมัย ,โกปา เดล เรย์ 3 สมัย และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย

ฟุตบอลในยุคของเขาคือ MSN คือเกมรุกที่ทรงประสิทธิภาพ ยิงถล่มคู่แข่งกระจุย ขณะที่เกมรับก็แข็งแกร่งดุจภูผา ในซีซั่น 2014-15 เขาพาทีมเสียประตูทั้งฤดูกาล 21 ลูก ซึ่งเป็นสถิติดีที่สุดในรอบ 46 ปีของสโมสรขณะที่ในฐานะนักเตะ เขาเป็นเพียงไม่กี่คนในโลก ที่ประสบความสำเร็จกับสองสโมสรใหญ่ ทั้งเรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า คือได้แชมป์ลีกกับทั้งคู่

ดังนั้นก็น่าจะเป็นกาวใจที่ดี ที่ทำให้แคมป์ทีมชาติสเปน ที่เต็มไปด้วยนักเตะบาร์ซ่า กับมาดริด มีความกลมเกลียวขึ้นมากกว่าเดิม หลังพิจารณาอย่างถี่ถ้วน สหพันธ์ประกาศแต่งตั้งหลุยส์ เอ็นริเก้ เป็นโค้ชคนใหม่ ในวันที่ 9 กรกฎาคม โดยมีสัญญา 2 ปี คือสิ้นสุดศึกยูโร 2020 หลุยส์ รูเบียเลส ประธานสหพันธ์ยอมรับในหัวใจของเอ็นริเก้ โดยกล่าวว่า “เขาได้รับข้อเสนอที่มูลค่าแพงกว่านี้ถ้าเลือกคุมทีมในระดับสโมสร แต่ว่าเขาแสดงเจตจำนงว่าต้องการเป็นโค้ชทีมชาติ ซึ่งผมอยากจะบอกให้ทุกคนรู้ ถึงความตั้งใจจริง และความเสียสละของเขา”

จริงๆแล้ว ตอนปลดเอียร์โร่ สหพันธ์ฟุตบอลสเปนก็มีข่าวกับโค้ชหลายคน เช่นโรแบร์โต้ มาร์ติเนซ หรือ กีเก้ ซานเชซ ฟลอเรส แต่ประธานยืนยันว่า เอ็นริเก้ คือตัวเลือกเดียว “เราไม่ได้คุยกับใครเลย เราคุยแค่กับหลุยส์ เอ็นริเก้เท่านั้น เขาเป็นตัวเลือกแรกของเรา และเป็นคนที่เหมาะที่สุด ที่มีทุกอย่างที่เราต้องการ” หลังเข้ารับตำแหน่ง หลุยส์ เอ็นริเก้ ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า

“ผมไม่รู้เหมือนกันว่านี่อยู่ในความฝันหรือเปล่า ในสมัยเป็นนักเตะผมผ่านความเจ็บปวด และความสุข กับทีมชาติสเปนมาแล้ว มาในวันนี้ในฐานะโค้ช ผมจะมองตรงไปข้างหน้าถึงเป้าหมายใหม่ ตอนนี้ผมแฮปปี้ และมีแรงผลักดันเต็มที่เลย” การทำงานในฝันของหลุยส์ เอ็นริเก้ ก็ผ่านไปด้วยความแฮปปี้ดี สองเกมแรกของเขา บุกไปเชือดอังกฤษถึงเวมบลีย์ และถล่มโครเอเชีย 6-0 ในรายการยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ผลงานกับทีมชาติสเปนของเขา ถือว่ามีทิศทางที่โอเค

เวลาผ่านไปถึง 23 มีนาคม 2019 ยูโร 2020 รอบคัดเลือกเริ่มต้นขึ้น ทีมชาติสเปนประเดิมด้วยการสอยนอร์เวย์ 2-1 เก็บสามแต้มได้สำเร็จ จากนั้นเมื่อชนะ ทั้งทีมก็บินตรงไปที่เมืองวัลเล็ตต้า ประเทศมอลตา เพื่อลงเล่นในยูโร รอบคัดเลือกเกมที่ 2 ทันที เหตุการณ์เหมือนจะไม่มีอะไร เข้าสู่วันที่ 25 มีนาคม หลุยส์ เอ็นริเก้ ยังทำหน้าที่เฮดโค้ชตามปกติ เขาเข้าไปห้องเพรส คอนเฟอร์เรนซ์ คุยกับนักข่าวด้วยตัวเอง ก่อนที่จะเตรียมทำการฝึกซ้อมนักเตะก่อนแข่งขันในวันรุ่งขึ้น

แต่ทว่า ไม่นานจากนั้น เขาก็ได้รับสายโทรศัพท์จากประเทศสเปน เป็นภรรยาของเขานั่นเอง ที่มาแจ้งข่าวว่า ลูกสาวของเขา ซาน่า วัย 8 ขวบ ถูกตรวจพบว่าเป็นมะเร็งกระดูกออสทีโอซาร์โคม่า อาการมะเร็งกระดูกชนิดนี้ พบได้น้อยมาก แต่ก็มาเกิดขึ้นกับลูกสาวของหลุยส์ เอ็นริเก้ หลุยส์ เอ็นริเก้ไม่ได้บอกใครมากนัก เขาตั้งใจจะให้ผ่านเกมกับมอลตาไปก่อน เพื่อไม่ให้คนอื่นวิตกไปด้วย นี่เป็นการแสดงความเป็นมืออาชีพของเขา ถ้าจะทำศึกใหญ่แต่ไร้แม่ทัพ มันคงไม่ใช่เรื่องดีเลยกับทีมชาติ

อย่างไรก็ตาม พอหลุยส์ รูเบียเลส ปธ.สหพันธ์รู้ข่าว ก่อนสเปนจะเตะกับมอลตาไม่กี่ชั่วโมง เขาสั่งให้เครื่องบินของทีมชาติ บินไปส่งหลุยส์ เอ็นริเก้ ทันทีที่บาร์เซโลน่า เรื่องทีมชาติ มีคนจัดการได้ ตอนนี้เอ็นริเก้ควรไปอยู่กับครอบครัวโดยเร็วที่สุด ปธ.สหพันธ์ ระบุว่า โรเบร์ โมเรโน่ ผู้ช่วยโค้ชจะรับหน้าที่คุมทีมชั่วคราวในเกมกับมอลตาไปก่อน ซึ่งก็เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน คือนาทีนั้นหลุยส์ เอ็นริเก้ ไม่ต้องมาห่วงอะไรอย่างอื่นแล้ว จะเป็นหน้าที่อะไรก็ตาม ไม่มีอะไรสำคัญกว่าครอบครัวอีกแล้ว แพทย์ตรวจพบว่า ซาน่า ลูกสาวของหลุยส์ เอ็นริเก้ เป็นมะเร็งกระดูกชนิดหายา สถาบันวิจัยมะเร็งของสเปน บันทึกสถิติว่า ใน 1 แสนคน จะมีแค่ 1 คนเท่านั้นที่เป็นโรคนี้

และที่สำคัญคือจะไม่มีอาการข้างเคียงอย่าง มีไข้ หรือน้ำหนักลดเลยด้วย นั่นทำให้ คนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคนี้ มารู้ตัวเอาอีกทีก็เมื่อสายไปแล้ว หลุยส์ เอ็นริเก้ บินกลับสเปนเพื่อใช้เวลาอยู่กับครอบครัว แต่เกมฟุตบอลก็ต้องดำเนินต่อไป เมื่อเข้าสู่เดือนมิถุนายน ยูโร นัดที่ 3 และ 4 ของสเปน ก็มาถึง นัดที่ 3 พบหมู่เกาะแฟโร วันที่ 7 มิถุนายน และ นัดที่ 4 พบสวีเดน วันที่ 10 มิถุนายน หลุยส์ เอ็นริเก้ ยังคงแสดงความรับผิดชอบในงาน แม้ตัวเขาจะไปคุมซ้อมไม่ได้ แต่เขายังโทรสั่งโรเบร์ โมเรโน่ ให้วางแท็กติกอย่างไร คอยจัดการทางไกลด้วยโทรศัพท์ มีการคุยกันผ่าน Whatsapp อยู่ตลอด โรเบร์ โมเรโน่ เป็นผู้ช่วยที่ดี แต่ไม่เคยมีประสบการณ์คุมทีมชุดใหญ่มาก่อน ดังนั้น หลุยส์ เอ็นริเก้ ก็คงมีความเป็นห่วงเช่นกัน

สเปน เอาชนะหมู่เกาะแฟโร 4-1 ตามด้วยชนะ สวีเดน 3-0 เชื่อว่าไลน์อัพนั้นวางตามที่หลุยส์ เอ็นริเก้ จัดแผนเอาไว้ แต่หลังจบเกมกับสวีเดน อาการของซาน่าก็หนักขึ้นเรื่อยๆ นั่นทำให้ หลุยส์ เอ็นริเก้ ไม่มีสมาธิให้กับการทำงานใดๆอีกต่อไป เขาจึงขอลาออกจากตำแหน่งเฮดโค้ชทีมชาติ แม้จะเป็นงานที่ตัวเองฝันมาตลอดทั้งชีวิตก็ตาม จริงๆสหพันธ์ฟุตบอลสเปน ยินดีที่จะให้หลุยส์ เอ็นริเก้ ทำงานทางไกล เพราะสหพันธ์ยังมั่นใจว่า นี่คือโค้ชที่ใช่ที่สุดสำหรับทีมชาติ แต่หลุยส์ เอ็นริเก้เองที่ยืนยันว่า แบบนั้นมันไม่มีผลดีกับใครเลย ตัวเขาเองก็ไม่สามารถใช้เวลาอยู่กับครอบครัวได้เต็มที่ ขณะที่กับทีมชาติถ้ามีปัญหาหน้างาน ก็ต้องมีคนตัดสินใจได้ทันที ไม่ควรมารอโทรศัพท์เขาอย่างเดียว ดังนั้นเขาจะขอลงจากตำแหน่ง เพื่อผลดีกับทุกฝ่าย

ท้ายที่สุด 19 มิถุนายน หลุยส์ เอ็นริเก้ จึงขอลงจากตำแหน่งเฮดโค้ชทีมชาติสเปน ที่เขาฝันมาตลอด แต่ในสถานการณ์ที่เขากำลังเจออยู่ตอนนี้ งานในฝันทั้งหลาย คงไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว หลังจากต่อสู้กับอาการมะเร็ง 5 เดือน ในที่สุด หนูน้อยซาน่า วัย 9 ขวบ ก็เสียชีวิต พวกเขามาเจออาการช้าเกินไป มันไม่ทันแล้ว ที่จะรักษาเธอให้รอดชีวิต

ครอบครัวของหลุยส์ เอ็นริเก้ ก่อนหน้านี้พวกเขามีกัน 5 คน คือพ่อ-แม่ ลูกชายปาโช่ อายุ 19 ปี และ ลูกสาวซีร่า อายุ 18 ปี ขณะที่ซาน่าเป็นน้องคนเล็ก เป็นลูกหลง อายุ 9 ปี การที่ซาน่า เป็นลูกคนสุดท้องของบ้าน เป็นน้องสาวคนเล็ก เธอจึงทำให้บรรยากาศในบ้านมีความสว่างไสว แต่ทุกอย่างก็จบลงไปแล้ว และจากนี้ไปคนที่เหลือในครอบครัวก็ต้องสู้กันต่อไป แม้บรรยากาศในบ้านจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกแล้ว แต่ชีวิตต้องเดินต่อ แม้จะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม แถลงการณ์ของหลุยส์ เอ็นริเก้ ได้เล่าให้ทุกคนฟังว่าเกิดอะไรขึ้น และกล่าวขอบคุณแพทย์-พยาบาล ที่โรงพยาบาลเซนต์พาว ที่ทุ่มเทความสามารถอย่างเต็มที่ในการรักษาซาน่า

นอกจากนั้น ยังขอร้องสื่อมวลชน ให้ความเป็นส่วนตัว ในช่วงเวลาที่โศกเศร้าของครอบครัว ในส่วนสุดท้ายของแถลงการณ์ หลุยส์ เอ็นริเก้ ได้กล่าวถึงซาน่าว่า “เราจะคิดถึงลูกเสมอ และจะจดจำลูกไปทุกวันตลอดช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ หวังเพียงว่าในอนาคต เราจะได้เจอกันอีกครั้ง” “ลูกจะเป็นดวงดาวนำทางให้ครอบครัวของเราไปตลอดกาล”

More in บทความ