Connect with us

ข่าวทั่วไป

ศิริกัญญา ส.ส.ก้าวไกล เเนะรัฐอย่าเพิ่มภาระให้คนรายได้น้อย เเจกเงินสดดีกว่า

เรียกว่าเป็นความหวังของผู้มีรายได้น้อย ที่ต่างพากันรอคอยเงินเยียวยาจากทางภาครัฐอยู่ในตอนนี้ หลังจากที่ ครม.มีมติเห็นชอบให้ใช้โครงการเราชนะ เพื่อเเจกเงินเยียวยาให้เเก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ล่าสุด ทางศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อรองหัวหน้าพรรคฝ่ายนโยบายพรรคก้าวไกล ได้ออกมาโพสต์ข้อความซัดรัฐบาลถึงการเเจกเงินในครั้งนี้ว่า “ถ้าจะจ่ายเงินผ่านแอพ อย่าลืมแจกสมาร์ทโฟน และเน็ตฟรี”หลังจากที่รอเงินเยียวยากันมาหลายสัปดาห์

ในที่สุด ครม. ก็เคาะให้มีการจ่ายเงินเยียวยา โครงการ “เราชนะ” เดือนละ 3,500 บาท 2 เดือน รวมทั้งสิ้น 31 ล้านคน วงเงินรวม 210,000 ล้านบาท เริ่มจ่ายต้นเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไปแน่นอนว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่มีมาตรการเยียวยาประชาชนออกมา ถึงมาช้า ก็ยังดีกว่าไม่มี แต่มาตรการที่ออกมาก็ยังมีปัญหาเรื่องแรก

เป็นปัญหาเรื่องหลักเกณฑ์ในการได้รับเงินเยียวยา ที่ถึงแม้จะมีการผ่อนปรนคุณสมบัติมากขึ้น แต่ข้อที่น่าเป็นห่วงคือการใช้ฐานรายได้ 300,000 บาทต่อปี หรือคนที่มีเงินเดือน ราว 25,000 บาทต่อเดือนจากฐานภาษีปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนโควิด ทำให้คนที่รายได้ลดลงหลังเกิดโควิดในปี 2563 เช่น พนักงานในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ไม่เข้าเกณฑ์ได้รับการเยียวยา เข้าใจว่าที่เอารายได้ปี 62

มาใช้ก็เพื่อป้องกันคนรายงานรายได้ปี 63 ต่ำเกินจริง เพราะยังไม่ได้ยื่นภาษี ถ้ากลัวขนาดนี้ ก็ช่วยขยับเกณฑ์รายได้ให้สูงขึ้นเป็นตัดสิทธิ์รายได้เกิน 50,000 บาทต่อเดือนในปี 62 ไปเลยจะดีกว่านอกจากนี้ มาตรการเยียวยาที่ไม่ครอบคลุมแรงงาน ม.33 ยังทำให้แรงงานในธุรกิจที่ไม่ได้ถูกสั่งปิดโดยตรง แต่ถูกลดชั่วโมงการทำงานและรายได้ลดลงไม่เข้าข่ายอยู่ในกลุ่มที่ได้รับการเยียวยานี้ด้วย

รวมทั้งผู้ทีเป็นสมาชิกประกันสังคมที่ถูกเลิกจ้าง แต่ยังจ่ายเงินสมทบไม่ครบ 6 เดือน ก็อาจไม่ได้รับสิทธิ์การเยียวยาใดๆ เลยเช่นกัน กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่โดนทอดทิ้งมาตั้งแต่การเยียวยาห้าพันรอบแรกเรื่องต่อมาที่ดิฉันคิดว่ามีปัญหาคือ วิธีการในการเข้าถึงสิทธิ์ ต้องมีการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ และได้รับเงินผ่านแอปเป๋าตังค์ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้เหตุผลว่าเพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด และสร้างประสบการณ์สังคมไร้เงินสด

แน่นอนค่ะว่าเป้าหมายในการไปสู่สังคมไร้เงินสดเป็นเรื่องที่ดี แต่ในสภาวะวิกฤตแบบนี้ ดิฉันคิดว่าปากท้องของพี่น้องประชาชนสำคัญกว่า ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งในสังคมไทย โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่ยังเข้าไม่ถึงอินเตอร์เน็ตและสมาร์ทโฟน ถ้าจะสนับสนุนจริงๆ ก็แจกสมาร์ทโฟนบวกเน็ตฟรีให้ประชาชนด้วย อย่ามาเพิ่มภาระกันตอนนี้เลยการเยียวยารอบแรกเราเห็นปรากฏการณ์ “รับจ้างลงทะเบียน”

มีการตั้งโต๊ะลงทะเบียนแทนคนที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี เรียกรับเงินครั้งละ 100-500 บาท รอบนี้ก็คงเกิดขึ้นอีกถ้าไม่มีการเปิดให้ลงทะเบียนแบบออฟไลน์ได้ถึงแม้รัฐบาลจะบอกว่าจะมีการจัดหาสมาร์ทโฟนราคาถูกมาจำหน่ายให้ประชาชน แต่ดิฉันคิดว่านี่คือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และเป็นการเพิ่มภาระให้กับเงินในกระเป๋าประชาชนโดยไม่จำเป็น ในยามที่เงินทองหายากแบบนี้

จะดีกว่านี้ไหม ถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเป้าหมายเรื่องการทำให้เงินเยียวยาเข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็วด้วยการเพิ่มวิธีการลงทะเบียนรับสิทธิ์และและจ่ายเงินสดโอนเงินเข้าธนาคาร โดยอาจมีมาตรการจูงใจให้คนมาใช้ด้วยโครงการที่มีอยู่แล้วอย่าง “คนละครึ่ง” แต่ถ้าใครต้องการรับเงินเยียวยาช่องทางอื่นต้องไม่จำกัดสิทธิ์ประชาชนอย่าลืมนะคะว่าไม่ใช่ทุกร้านค้าที่รับเงินผ่านแอป และรายจ่ายจำเป็นในชีวิตหลายรายการยังจำเป็นต้องใช้เงินสด ไม่สามารถจ่ายผ่านแอปได้ เช่น ค่าเช่าบ้าน หรือจ่ายคืนหนี้รัฐบาลนี้

มีประสบการณ์การจ่ายเงินเยียวยาที่ยุ่งยาก ล่าช้า และตกหล่นจากโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” แล้ว ดิฉันหวังว่ารัฐบาลจะเรียนรู้บทเรียนและนำมาแก้ไขเพื่อให้การจ่ายเงินเยียวยาในครั้งนี้ User friendly เป็นมิตรกับการใช้งานของพี่น้องประชาชนที่กำลังเดือดร้อนมากที่สุด ที่สำคัญอย่าทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแรงงานประกันสังคม หรือคนตัวเล็กตัวน้อยที่เคยจ่ายภาษี แต่ไม่มีกำลังจ่ายเหมือนเดิมแล้วเพราะโควิดค่ะส่วนข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ยังไม่เดือดร้อนอะไร ไม่ได้ถูกตัดเงินเดือนหรือเลิกจ้าง คงยังไม่ต้องเยียวยา หรือช่วยเหลือค่าครองชีพในตอนนี้ค่ะ #เราชนะ #ก้าวไกล

ขอบคุณข้อมูล:Sirikanya Tansakun – ศิริกัญญา ตันสกุล

More in ข่าวทั่วไป

Don`t copy text!