Connect with us

ข่าวทั่วไป

อดีตนายกแพทย์สภา แนะรัฐ

วิกฤตหนักมากจริงๆกับสถานการณ์ความรุนแรงของเชื้อไวรัสโควิด-19ในประเทศไทยตอนนี้ พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในเขตพื้นที่ กทม. ที่รุนแรงมากเตียงผู้ป่วยเต็ม โรงพยาบาลบางแห่งก็เต็มเหมือนกัน

ก่อนหน้านี้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มีข้อสรุปแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนไฟเซอร์ที่คาดว่าจะนำเข้าสู่ประเทศเดือน ก.ค. จำนวน 1.5 ล้านโดสให้เน้นกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง 7โรคในพื้นที่ระบาดหนัก

ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 64 ศ.คลินิกเกียรติคุณนพ.อำนาจ กุสลานันท์ กรรมการแพทยสภา อดีตนายกแพทยสภา ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า ” เรียน นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.

ตามที่ประเทศไทยจะได้รับวัคซีนไฟเซอร์จำนวน 1.5 ล้านโดสในเดือนกค.-สค. 64 มานั้น ผมทราบมาว่ามติที่ประชุมของคณะกรรมการที่พิจารณาเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 30 มิย.64

ได้มีผู้เสนอให้บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่ได้วัคซีนซิโนแวคสองเข็มไปแล้วระยะหนึ่งได้รับวัคซีนนี้ แต่ต่อมาที่ประชุมมีมติไม่ให้วัคซีนดังกล่าวแก่บุคลากรทางการแพทย์ผมมีความเห็นว่าแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า

เป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงสุดที่จะได้รับเชื้อรวมทั้งเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญสูงมากในขณะนี้ที่มีภาระหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วยทั้งหมดถ้าหากกำลังคนที่สำคัญในภาวะวิกฤตินี้ติดเชื้อจะซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีก

เพราะการที่คนใดคนหนึ่งในกลุ่มบุคลากรที่กำลังทำหน้าที่เพื่อชดเชยอัตรากำลังคนที่ขาดแคลนอย่างที่สุดในตอนนี้ติดเชื้อจะทำให้มีบุคลากรที่เกี่ยวข้องต้องถูกกักตัวเนื่องจากเป็นผู้ความเสี่ยงสูงอีกจำนวนมาก

ดังที่ได้มีการประกาศปิดห้องฉุกเฉิน ห้องผ่าตัด ห้องคลอด หรือทั้งโรงพยาบาลมาเป็นระยะ ๆทำให้ผู้ป่วยและประชาชน มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกทั้งจากโควิดและภาวะฉุกเฉินอื่นๆดังนั้นการป้องกันการติดเชื้อในบุคลกรกลุ่มนี้จึงมีความสำคัญสูงสุด

และจำเป็นเร่งด่วนเพื่อประคองให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปให้ได้จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้ฉีดวัคซีนดังกล่าวแก่แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่ดูแลผู้ป่วยด้วยครับศ.คลินิกเกียรติคุณนพ.อำนาจ กุสลานันท์กรรมการแพทยสภาอดีตนายกแพทยสภา ”

ขอบคุณข้อมูล : อำนาจ กุสลานันท์

More in ข่าวทั่วไป