โดยวันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ ในคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่
จากกรณีปรากฏคลิปเสียงการสนทนาระหว่างนางสาวแพทองธาร กับสมเด็จ ฮุน เซน ประธาน วุฒิสภาแห่งกัมพูชา เผยแพร่ทางสื่อมวลชน จนกระทั่ง เมื่อเวลา 15.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยในคดีตอนหนึ่งว่า
การกระทำของ น.ส.แพทองธาร เป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ซึ่งเมื่อพิจารณาประกอบกับเจตนาและความความร้ายแรงของความเสียหายที่เกิดขึ้น
ถือว่ามีลักษณะร้ายแรง จึงมีพฤติกรรมฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันทำให้ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม
ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (5) ศาลจึงวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร สิ้นสุดลงเฉพาะตัว
นับแต่วันที่ศาลฯสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ 1 ก.ค.2568 และเมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงแล้ว ครม.ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ
โดยก่อนหน้านี้ทางด้านของ สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เคยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึง
สถานการณ์การเมืองไทยไว้อย่างน่าสนใจ เอาไว้ว่า “ตามการคาดการณ์ของผม ประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ภายใน 3 เดือนข้างหน้า
และผมอาจรู้ล่วงหน้าว่าเป็นใครที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ผมจะไม่บอก ปล่อยให้สงสัยไปก่อน”
ขอบคุณข้อมูล: Samdech Hun Sen of Cambodia