หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าความเป็นนายกรัฐมนตรีของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลง กรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา อาจมีการยุบสภาฯ หรือการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ จากแคนดิเดตในบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอไว้เมื่อการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 ซึ่งหากเป็นการเลือกนายกฯ จากบัญชรแคนดิเดต จะมีเงื่อนไขดังนี้
1. แคนดิเดตที่ถูกเสนอชื่อมาโหวตในสภาต้องมาจากพรรคการเมืองที่มี ส.ส. ในสภามากกว่า 5% (25 คน) มี ส.ส. รับรองอย่างน้อย 50 คน
2. การลงมติเลือกนายกฯ ต้องลงมติอย่างเปิดเผย โดยการออกเสียงลงคะแนนเป็นรายคน ผู้ที่ได้รับเลือกจะต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาฯ หรืออย่างน้อย 247 เสียง
ทั้งนี้ แคนดิเดตที่เข้าเงื่อนไขมาจากพรรคการเมืองที่มี ส.ส. ในสภาเกิน 25 คน มีจำนวน 5 คน ได้แก่ นายชัยเกษม นิติสิริ , นายอนุทิน ชาญวีรกูล , พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา , นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์
ล่าสุด ทางด้านของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง กัน จอมพลัง ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊ก ฝากข้อความถึงนายกฯคนใหม่เอาไว้ว่า
“ไม่ว่าท่านใดจะมาเป็นนายกผมอยากให้เอาจริงกับกัมพูชาเพราะคนไทยอดทนมามากแล้ว ทำให้กัมพูชาและผู้นำมันไม่กล้าที่ดูหมิ่นศักดิ์ศรีไทยได้อีก”
นอกจากนี้เจ้าตัวยังได้ยังได้คอมเมนต์เพิ่มเติมใต้โพสต์อีกว่า “วันนี้กัมพูชามันไม่เคยมองเราเป็นพี่เป็นน้องพร้อมหักหลังทุกคนเพราะฉะนั้นเลิกเชื่อใจเขมร”
ท่ามกลางบรรดาชาวเน็ตเข้ามากดไลค์กันอย่างรัวๆ พร้อมกับคอมเมนต์เห็นด้วยกันอย่างมากมายเลยทีเดียว
งานนี้ไม่ว่าใครจะเห็นได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่กัน จอมพลัง ก็ยังแสดงจุดยืนชัดเจน ขอให้เอาจริงกับประเทศกัมพูชา
ขอบคุณข้อมูล: กันจอมพลัง ช่วยสู้