จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีพฤติกรรมฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันทำให้ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (5) ส่งผลให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง
และ ครม.ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะนั้น แม้พรรคเพื่อไทยและกลุ่มพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจะประกาศจัดตั้งรัฐบาลต่อโดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
แต่ขณะเดียวกันก็มีการเดินเกมเร็วจัดตั้งรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยคู่ขนานไปด้วย ขณะนี้กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ นิ่งแล้ว ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย 68 เสียง
เนื่องจากตัด น.ส.ประภา เฮงไพบูลย์ สส.กาฬสินธุ์ พรรคประชาชน 143 เสียง พรรคกล้าธรรม 25 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 18 เสียง กลุ่มสุชาติ ชมกลิ่น 16 เสียง
พรรคไทยสร้างไทย 6 เสียง พรรคเล็ก 4 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 2 เสียง คือ นายสรรเพชร บุญญามณี สส.สงขลา และนายสมยศ พลายด้วง สส.สงขลา
และพรรคเป็นธรรม 1 เสียง รวม 283 เสียง ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า สส.พรรคเพื่อไทยกำลังแตกรัง มีสส.ติดต่อเข้ามาร่วมรัฐบาล ทั้งจากฝั่งพรรคกล้าธรรม
และติดต่อผ่านมาโดยตรงผ่านกลุ่มของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่ามีเสียงสนับสนุน 10 กว่าเสียงแล้ว
ทำให้ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยอยู่ระหว่างการรอการเข้ามาเติมเสียง แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า ส่วนเรื่องการยุบสภาโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดปัจจุบัน พรรคภูมิใจไทยไม่กังวล
เพราะเชื่อว่าพรรคที่ไม่พร้อมเลือกตั้งมากที่สุดคือพรรคเพื่อไทย เนื่องจาก ขณะนี้กำลังประสบปัญหาเรื่องคะแนนนิยม และการขาดความเชื่อมั่นจากพี่น้องประชาชน